นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันคิดจะทำ แต่ทุกครั้งก็หาเหตุผลมาเลื่อนออกไปเสมอ ครั้งนี้ถือว่าฉันได้ไปจริงๆ แล้ว
นี่คือบันทึกเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้เรียงระเบียบอะไรไว้เป็นพิเศษ ให้ถือว่าเป็นเพียงการบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้

สองสัปดาห์ก่อนเดินทาง | เกิดการทะเลาะกันในกลุ่มเพื่อน
ฉันทำงานอยู่ที่โซลมาเกือบสามปีแล้ว ปัญหาเรื่องริ้วรอยรอบปากก็ไม่เคยได้รับการแก้ไขเลย จนกระทั่งครั้งหนึ่งขณะคุยผ่านวิดีโอคอล แม่บอกว่า “ลูกดูเหนื่อยมากนะ” ฉันถึงได้ลองมองตัวเองในกระจกอย่างจริงจัง
ฉันได้ถามเพื่อนๆ ที่เคยไปทำศัลยกรรมที่ย่านกังนัม แต่แต่ละคนก็บอกคนละอย่าง บางคนบอกว่าคลินิก A ราคาถูก บางคนบอกว่าคลินิก B มีแพทย์ที่ดี บางคนก็แนะนำให้ไปที่คลินิกที่มีคนรีวิวในอินเทอร์เน็ต ฉันถามไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งรู้สึกสับสน สุดท้ายก็เลิกถามแล้วไปหาข้อมูลเอง
หลังจากค้นหาข้อมูล ฉันพบว่าคลินิก Mongme GGN มีชื่อเสียงค่อนข้างมาก ตั้งอยู่ที่ถนนเตหะราน ย่านกังนัม ชั้น 3 ของอาคารซิตี้แบงก์ ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินกังนัมเพียง 10 นาทีเดิน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมีคนรีวิวว่าที่นี่ไม่ได้เร่งให้คุณตัดสินใจทันที ซึ่งสำหรับฉันแล้วเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะฉันไม่ชอบถูกกดดันให้ตัดสินใจในทันที
สามวันก่อนเดินทาง | เกือบจะยกเลิกอีกครั้ง
ตอนจองนัดมีปัญหาเล็กน้อย เพราะฉันพูดภาษาเกาหลีไม่ค่อยได้ การโทรศัพท์จึงค่อนข้างลำบาก แต่หลังจากนั้นเพื่อนร่วมงานแนะนำให้ใช้แอปพลิเคชัน BeautsGO ซึ่งมีภาษาจีน ขั้นตอนการจองก็ค่อนข้างง่าย หลังจากเลือกคลินิกและวันที่เสร็จสิ้น ฉันก็ได้รับการยืนยันนัดในวันรุ่งขึ้น
แต่หลังจากได้รับการยืนยันแล้ว ฉันกลับรู้สึกกังวลขึ้นมา ฉันเห็นรูปภาพหลังการทำศัลยกรรมแล้วรู้สึกว่าใบหน้าบวมมาก ฉันนั่งมองรูปเหล่านั้นนาน และคิดว่าวันไหนที่จะสามารถขอลาได้ ตอนนั้นฉันก็ลังเลว่าควรยกเลิกการทำศัลยกรรมนี้ดีไหม เพราะรู้สึกว่าริ้วรอยรอบปากของฉันก็ไม่ได้หนักมากนัก การทำศัลยกรรมในตอนนี้อาจจะเป็นเพียงความรู้สึกอยากทำเท่านั้นก็ได้
ก่อนนอน ฉันคิดอยู่นาน และตัดสินใจว่าจะไปปรึกษาก่อน ไม่จำเป็นต้องทำทันทีก็ได้
วันที่ไปปรึกษา | ไม่เหมือนกับที่ฉันคิดไว้
เมื่อฉันไปถึงอาคารซิตี้แบงก์ ฉันขึ้นลิฟต์ไปชั้น 3 ที่โต๊ะต้อนรับมีพนักงานพูดกับฉันเป็นภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกประหลาดใจมาก
หลังจากรอประมาณ 15 นาที พยาบาลก็พาฉันไปทำการตรวจสอบสภาพผิวด้วยเครื่อง VISIA เครื่องนี้สามารถแสดงปัญหาต่างๆ บนใบหน้าของคุณได้อย่างชัดเจน แพทย์ก็อธิบายรายละเอียดต่างๆ ให้ฉันฟัง โดยเฉพาะเรื่องริ้วรอยรอบปากและความหย่อนคลายของใบหน้า แพทย์แนะนำให้ทำการยกกระชับใบหน้าด้วยการใส่เส้นไหม โดยใช้เส้นไหมที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของเกาหลี
ฉันถามแพทย์ว่า “จำเป็นต้องทำจริงๆ เหรอ?” แพทย์ตอบว่า “ไม่จำเป็นก็ได้ แต่ถ้าอยากให้ผลลัพธ์ดีขึ้น ก็ควรทำ” การตอบคำถามแบบตรงไปตรงมานี้ทำให้ฉันชอบมาก
ห้านาทีก่อนเริ่มทำ | มือของฉันสั่นเล็กน้อย
หลังจากปรึกษาเสร็จ ฉันก็เข้าไปทำทันที เพราะรู้ว่าถ้ารออีก ฉันคงจะเลื่อนออกไปอีก
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมตัวเรียบร้อย พยาบาลก็ทายาชาให้ฉัน แล้วให้ฉันรอประมาณ 30 นาที ฉันนั่งอยู่คนเดียว ใช้โทรศัพท์เล่นไปเรื่อยๆ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้อ่านอะไรเลย ในหัวฉันก็แค่คิดว่า “ถ้าผลลัพธ์ไม่ดีจะทำยังไงดี…” แล้วก็คิดว่า “ก็ถือว่าไม่ได้ทำอะไรไปเลยก็ได้…” แต่สุดท้ายก็แค่นั่งรอเฉยๆ
ตอนที่แพทย์เข้ามา ฉันบอกว่า “ฉันรู้สึกกังวลนิดหน่อย” แพทย์ก็ยิ้มและบอกว่าไม่เป็นไร จากนั้นก็เริ่มทำการทันที
ระหว่างการทำ | รู้สึกเวลาผ่านไปเร็วอย่างประหลาด
แม้ว่าจะเป็นการใส่เส้นไหม แต่กระบวนการทั้งหมดก็ใช้เวลาเพียงประมาณ 20 นาทีเท่านั้น มีบางจุดที่รู้สึกเจ็บเล็กน้อย เหมือนกับมีเข็มแทงเข้าไปแล้วดึงออกมา ความเจ็บไม่ได้รุนแรงมาก แต่ก็รู้สึกได้
ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันมองไปที่โคมไฟบนเพดานและคิดเรื่องต่างๆ มากมาย เช่น รายงานที่ต้องเขียนในสัปดาห์หน้า หรือร้านอาหารที่ตกลงกันว่าจะไปกินตอนเที่ยง… ในขณะที่คิดอยู่นั้น การทำศัลยกรรมก็เสร็จสิ้นลงอย่างรวดเร็ว
ในคืนวันที่ทำศัลยกรรม | ฉันมองตัวเองในกระจกหลายครั้ง
หลังจากทำศัลยกรรมเสร็จ ใบหน้าของฉันบวมเล็กน้อย แก้มทั้งสองข้างก็ดูบวมขึ้น รู้สึกว่าใบหน้ามีลักษณะที่แปลกๆ แพทย์บอกว่าเป็นเรื่องปกติ และจะค่อยๆ ลดบวมลงภายใน 3–5 วัน
ในรถไฟใต้ดิน ฉันใส่หน้ากากและใช้ลิ้นลูบดูด้านในแก้มเพื่อดูว่ามีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง แต่ก็ไม่สามารถรู้สึกได้ชัดเจนเลย
เมื่อกลับถึงบ้านและมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง บวมก็ลดลงเยอะแล้ว ริ้วรอยรอบปากก็ดูเหมือนจะจางลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะผลลัพธ์จริงๆ หรือเป็นเพราะความรู้สึกของตัวเองก็ได้ หลังจากล้างหน้าและมองตัวเองอีกหลายครั้ง ก็ยังคงไม่แน่ใจอยู่ดี
ในคืนนั้นก่อนนอน ฉันมีความคิดว่า “ถ้าผลลัพธ์ไม่ดี เงินที่จ่ายไปก็จะเสียเปล่า…” ความคิดนี้ทำให้ฉันนอนไม่หลับเลย





